วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2551

รีวิว เจ้า 400d ตัวเก่ง

ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วนะคับ วันนี้ผมเลยหาโอกาส รีวิว เจ้ากล้องของผมนะคับ เอาไว้เป็นวิทยาทาน ต่อไป
เจ้าตัวนี้ก็มีชื่อง่ายๆ ว่า เจ้า Canon EOS 400D แต่รีวิวนี้ผมอ้าวอิงกับตอนแรกที่มันออกใหม่ๆ เลยนะคับ (เวลาก็ล่วงเลยมาจะ 2 ปีอยู่แล้ว - -") ยังไงจะหารีวิวรุ่นใหม่ๆ มาอีกล่ะกันนะคับ ว่าแล้วก็

ระบบกำจัดฝุ่นบนเซนเซอร์ ซึ่งทาง Canon ได้พัฒนาโดยใช้วัสดุ Piezo สร้างคลื่นสั่นสะเทือน ความถี่ระดับอัลตราโซนิค ช่วยสะบัดฝุ่นออกจากเซนเซอร์ ซึ่งด้วยความถี่ระดับนี้ทำให้เศษฝุ่นทุกอณูหลุดออกได้ง่ายดาย

อีกทั้งเคลือบสารป้องกันไฟฟ้าสถิตบน Low pass ฟิลเตอร์ช่วยให้เศษฝุ่นไม่ติดบนเซนเซอร์อีกด้วย แล้วระบบนี้ยังทำงานทั้งตอนเปิดกล้องและปิดกล้อง

และเป็นที่น่าสังเกตว่า หลายๆ คุณสมบัติที่มีอยู่ในกล้อง 400D นั้นคล้ายคลึงกับ Sony A100 พอสมควรเรียกว่ามีปะทะกันหมัดต่อมัดเลยทีเดียว เช่น ความละเอียด 10 ล้านพิกเซล, ระบบกำจัดฝุ่น, เซนเซอร์ที่ช่องมองภาพ, ขนาดจอ LCD 2.5 นิ้ว เป็นต้น

Accessories

Canon EOS 400D จัดเป็นกล้อง DSLR ขนาดเล็กติดอันดับต้นๆ ในขณะนี้เลยทีเดียว การออกแบบที่พยายามให้กล้องมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่ทำได้ ซึ่งในรุ่นก่อนหน้านี้ ก็ได้รับทั้งเสียงชื่นชมในเรื่องความเล็ก และก็มีเสียงเรียกร้องให้ปรับปรุงเรื่องความสะดวกสบายในการจับถือ เพราะขนาดที่เล็กมาก

โดยเฉพาะกริปจับที่เล็กเกินไป ซึ่งใน 400D ได้พยายามปรับปรุงขึ้นเล็กน้อย โดยเพิ่มความหนาของกริปจับขึ้นอีกตั้ง 1 มม. (โอ.. พระเจ้ามันช่างเยอะเสียนี้กระไร) เพิ่มเหลี่ยมสันต่างๆ ให้นูนมากขึ้นอีกนิดหน่อย และเพิ่มยางรองรับหัวแม่มือบริเวณด้านหล้ง และบริเวณกริปจับก็ปรับปรุงพื้นผิวแบบพ่นทราย ทำให้จับติดมือมากยิ่งขึ้น สำหรับเรื่องวัสดุการประกอบของ 400D ทำพื้นผิวเป็นแบบ Semi-Gloss (เงากึ่งด้าน) พื้นผิวและการประกอบอยู่ในเกณฑ์ดี ให้ความรู้สึกแน่นดี

พอร์ตเชื่อมต่อ
ด้านบนเป็นแฟลชเสริม ซึ่งคุณสามารถเปิดได้โดยกดปุ่มบริเวณด้านหน้า ซึ่งแฟลชจะดีดตัวค่อนข้างแรง สำหรับด้านบนสุดมี Hot shoe สำหรับติดตั้งแฟลชเสริมของ Canon และช่องเชื่อมต่อเป็นแบบมาตรฐานใช้แฟลชเสริมอื่นๆ ได้ แต่ไม่ได้เต็มระบบเหมือนกับแฟลชของ Canon เอง
Canon EOS 400D จัดวางพอร์ตต่างๆ ได้ค่อนข้างลงตัว โดยด้านซ้ายได้รวบรวมพอร์ตต่างๆ ไว้ ได้แก่ พอร์ต USB, รีโมท และ Video Out การรวมพอร์ตต่างๆ ไว้ที่จุดเดียว ช่วยให้ง่ายต่อการใช้งาน

ส่วนทางด้านขวาเป็นช่องใส่เมมโมรี่การ์ดแบบ CF ฝาปิดค่อนข้างแข็งทีเดียว เวลาเปิดออกมาควรระวังไม่ง้างฝาปิดมากเกินไป อาจทำให้ฝาเสียหายได้

ด้านล่างเป็นช่องใส่แบตเตอรี่ NB-2LH แบบ Li-ion ความจุ 720 mAh ซึ่งดูจะมีขนาดเล็กกว่าแบตเตอรี่ของกล้องดิจิตอล SLR รุ่นอื่นๆ ซึ่งจากการใช้งาน EOS 400D สามารถใช้งานได้ยาวนานเป็นพอๆ กับกล้องรุ่นอื่นๆ ระยะเวลการใช้งานไม่แตกต่างกันมากนัก

การจับถือ และพกพา

ดูเหมือนว่า Canon ได้พยายามที่จะปรับปรุงคุณภาพการจับถือให้ดีขึ้น โดยยังคงรูปลักษณ์แบบเดิมของกล้องตระกูลนี้ไว้ ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อทดลองใช้งานก็จะพบว่า การจับถือติดมือมากยิ่งขึ้น แต่เมื่อถือไปนานๆ จะพบความเมื่อยล้าได้ที่นิ้วมือพอสมควร

เพราะกริปที่เล็กทำให้ต้องใช้ปลายนิ้วจิกลงไป สำหรับคนที่มีปัญหาในการจับกล้องเล็กๆ แบบนี้ แนะนำให้ซื้อกริปจับแนวตั้งซึ่งราคาค่อนข้างสูง หรือสายรัดมือที่ใช้กับกล้อง SLR มาใช้ จะช่วยได้มากทีเดียวครับ

สำหรับการจัดวางปุ่มต่างๆ ของ 400D จัดวางไว้เป็นแบบมาตรฐานของ Canon ซึ่งส่วนใหญ่จะรวบรวมปุ่มปรับแต่งค่าต่างๆ ไว้ที่ด้านหลัง ทำความเข้าใจสักพัก ก็จะใช้ได้อย่างไม่ยากเกินไป แต่ถ้าต้องการเลือกจุดโฟกัสเอง จะต้องกดปุ่ม 2 ครั้งถึงจะเลือกจุดโฟกัสได้

มาถึงการทดสอบประสิทธิภาพของ Canon EOS 400D ที่รอคอยเป็นเวลานาน พูดไปแล้วรู้สึกผิดต่อผู้อ่านจริงๆ ที่ทำให้ต้องรอคอยนาน เพราะช่วงนี้ผมติดภารกิจมากจริงๆ ต้องขอโทษด้วยครับ -_-‘ กลับมาเรื่อง Canon EOS 400D กันต่อดีกว่า


ถ้าหากดูคุณสมบัติใหม่ๆ ใน 400D นั้น เหมือนจะอัปเกรดมาจาก 350D เสียเป็นส่วนใหญ่ จากเดิมที่ดีอยู่แล้วก็ปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น เช่น เพิ่มความละเอียดเป็น 10 ล้าน พิกเซล, เพิ่มโฟกัสเป็น 9 จุด ปรับปรุงวัสดุ และเมนูการใช้งานให้สะดวกขึ้น

ก็ถือว่าดีขึ้นแต่ยังไม่แปลกใหม่ ที่โดดเด่นเห็นจะเป็นระบบกำจัดฝุ่นด้วยแรงสั่นสะเทือนอัลตราโซนิค คล้ายๆ กับของ Olympus ที่ดูจะใช้งานได้ดี เรามาดูการทดสอบด้านต่างๆ กันเลยดีกว่าครับ

ความเร็วในการตอบสนอง

เริ่มกันที่ความเร็วในการทำงานของ Canon EOS 400D ซึ่งทาง Canon ขึ้นจัดว่าเป็นผู้นำด้านการพัฒนาความเร็วในการถ่ายภาพอยู่แล้ว

เริ่มตั้งแต่การปิดและเปิดกล้องเพื่อพร้อมใช้งาน 400D สามารถเปิดกล้องเพื่อพร้อมใช้งานได้แทบจะทันที ถึงแม้ว่า 400D จะมีกระบวนการสะบัดฝุ่นออกจากเซนเซอร์ก่อนการเปิดและปิดก็ตาม แต่ว่าก็ใช้เวลาน้อยมาก

ความเร็วในการโฟกัสภาพ กับระบบโฟกัสเก้าจุดของ 400D สามารถทำงานได้รวดเร็วดีมาก แม้ในที่แสงน้อยก็ยังทำงานได้ดีอยู่ในขั้นน่าประทับใจ และ 400D สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องได้ 3 ภาพต่อวินาที ซึ่งถือเป็นค่ามาตรฐานของกล้อง DSLR ในปัจจุบัน

ดังนั้นหายห่วงเรื่องความเร็วในการถ่ายภาพต่อเนื่องสำหรับช่างภาพทั่วไป หากเป็นช่างภาพระดับฟุตบอลโลกอาจต้องการเร็วกว่านี้ ก็คงต้องมองรุ่นโปรสุดๆ ล่ะครับ

สำหรับผมเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว สำหรับเสียงการลั่นชัตเตอร์ 400D ได้ปรุงแต่งเสียงให้คล้ายกล้องฟิล์ม แต่ออกไปทางอิเลคโทรนิคเล็กน้อย ตามสไตล์ Canon

ซอฟต์แวร์ที่แถมมากับกล้อง Canon EOS 400D มีมาให้จุใจทีเดียวครับได้แก่

  • Canon ZoomBrowser EX 5.7 - โปรแกรมจัดการภาพถ่าย โหลดภาพ ดูภาพ แต่งภาพ พิมพ์ภาพ ทั่วๆ ไป

  • Canon EOS Utility 1.1 – โปรแกรมจัดการและ ปรับแต่งกล้อง Canon คุณสามารถเชื่อมต่อกล้องผ่านสาย USB แล้วปรับแต่งค่าต่างๆ เช่น Picture Style ได้ผ่านทางโปรแกรมนี้ และยังสามารถถ่ายภาพแล้วโหลดลงคอมพิวเตอร์ได้ทันทีอีกด้วย

  • Canon EOS 400D WIA driver – ไดรเวอร์ที่ใช้ควบคู่กับ Canon EOS Utility

  • Canon PhotoStitch 3.1 – โปรแกรมต่อภาพถ่าย แบบ Panorama

  • Canon Digital Photo Professional 2.2 – โปรแกรม แต่งภาพ และแปลงไฟล์ RAW ความสามารถสูง สามารถเปิดไฟล์ RAW นามสกุล .CR2


  • มาดูเรื่องประสิทธิภาพกันบ้าง กล้อง Canon EOS 400D จัดว่าเป็นกล้องประสิทธิภาพสูงเกินตัว ทั้งด้านความเร็วในการทำงาน ระบบป้องกันฝุ่นบนเซนเซอร์ ความเร็วในการโฟกัสภาพ คุณภาพของภาพถ่ายที่ดี Noise ที่ต่ำมากแม้ใน ISO ที่สูง จอ LCD ที่แสดงผลใกล้เคียงกับไฟล์ภาพจริง (แค่ใกล้เคียงนะครับ) ซึ่ง Canon ได้ปรับปรุงสิ่งที่ดีอยู่แล้วใน 350D ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีกใน 400D

  • แต่ก็มีจุดที่ขัดใจสำหรับผู้ใช้บางคนอยู่บ้าง เช่น จอ LCD ที่ตัดแสงสะท้อนได้ไม่ดีนัก ระบบ White Balance ที่ดูไม่ค่อยนิ่ง รวมถึงระบบวัดแสงที่ไม่นิ่งในบางสถานการณ์ โหมด Playback ไม่สามารถแสดงรายละเอียดทางยาวโฟกัสได้ ไม่สามารถปรับ Auto ISO ได้ในโหมดกึ่งอัตโนมัติได้ ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดเล็กๆ น้อยๆ ใน 400D

    เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพต่อราคาแล้ว กล้อง Canon EOS 400D จัดเป็นกล้องประสิทธิภาพสูงคุ้มค่า คุ้มราคามากทีเดียวครับ


~๐ -------------------------------- ๐~


ไม่มีความคิดเห็น: